Think for Kids Workshop และช่วงนี้
posted on 13 Feb 2009 14:04 by jiam in JIAMเมือนวันที่ 4-6 กุมภาพันธ์ 2552 ได้ไปรวมงาน Think for Kids Workshop จัดขึ้นที TK Park โดยรู้ข่าวมาจากคุณนุ้น mailonoon.exteen.com (ขอบคุณมากครับที่แนะนำงานดีๆอย่างนี้)
เสียค่าสมัครคนละ 300 บาทเข้าไปเป็นทีม ทีมละไม่เกิน 3 คน ผมก็เลยชวนเพื่อนอีกคืนนึงไปชื่อปอม ซึ่งบรรยากาศของงานต่างจากที่คิดไว้ตอนแรกมาก เพราะนึกว่า ส่วนมากจะเป็นนักศึกษาหรือคนที่สนใจมาฟัง แต่ส่วนใหญ่ เป็นบริษัทหรือ รายการทีวีที่เขาทำอยู่แล้ว สมัครเข้าไป แต่ก็ไม่ได้กดดันอะไร เพราะ คุยกับเพื่อนกันว่าเหมือนเรามารับความรู้เหมือนน้ำแก้วเปล่า 555 เปล่าจริงๆ
จุดประสงค์ของงาน Workshop จะเกียวกับ การทำรายการทีวีเด็ก วันแรก เป็นการบรรยายเกี่ยวกับเด็ก เข้าใจเด็ก โดยนพ.ยงยุทธ วงศ์ภิรมย์ศานติ์ และ พญ. พรรณพิมล หล่อตระกูล คุ้นหน้าคุ้นตาในรายการเกี่ยวกับสุขภาพทั้งกายและใจของเด็ก พูดเกียวกับกับการพัฒนาของสมองเด็กในช่วงแต่ละวัยได้ประโยชน์มากๆ และตบท้ายของวันด้วย พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง ซึ่งถ้าฟัง เพลินๆ อาจจะงงๆ ได้ว่าพี่เข้าพูดถึงอะไรและกำลังสื่ออะไร แต่สำหรับผม ผมว่าดีมากเพราะ ระหว่างที่ผมฟังพี่จุ้ย รู้สึกว่าผมได้ใช้สมองหนักมากที่จะคิดตาม และเขาก็ไม่ได้สรุปอะไรตายตัว เหมือนจะบอกเป็นความนัยว่า นั้นแหละ ที่คุณคิดว่าอะไร นั้นก็คือบทสรุปของคุณ

Photo by Pom
พอวันที่ 2 เริ่มวันด้วยการนั่งคุยกันของน้าอ้าว เกียรติสุดา ภิรมย์ (ทำรายการเจ้าขุนทอง) , พี่เช็ค สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ (ทำรายการกบนอกกะลา,คนค้นคน ฯลฯ),พี่นก นิรมล เมธีสุวกุล (รายการทุ่งแสงตะวัน)และ พี่ซุปวิวัฒน์ วงศ์ภัทรฐิติ (ซูเปอร์จิ๋ว) พูดคุยประสบการณ์ การทำรายการเด็ก ฟังเพลินรู้ถึงปัญหาของรายการ

Photo by Pom
ต่อด้วย คุณโหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ (โหน่ง Aday) มาเล่าเกียวกับชีวิตและที่มาของหนังสือ Aday ซึ่งฟังดูอาจจะไม่เกียวกับรายการเด็ก แต่แป็นการสร้างไฟและแรงบันดาลใจได้ดีมาก
Photo by Pom
แล้วต่อด้วย คุณประภาส ชลศลานนท์ มาบรรยาเรื่อง 7 วิธีตีหิน ซึ่งเป็นวิธีในการคิดงานและแก้ปัญหา ส่วนตัวเคยฟังบรรยาเกียวกับเรื่องนี้มาก่อนหน้านั้นแล้ว ซึ่งโดยหลัก ก็จะพูดคล้ายกัน แต่ลายละเอียดต่างกันนิดหน่อย ซึ่งได้ประโยชน์จริงๆ สำหรับการนำเอาไปใช้จริง

Photo by Pom
วันนี้จบด้วย เจ้จูดี้ คุณจุรีพร ไทยดำรงค์ (Jeh Unitedซึ่งเป็น เอเจนซี่โฆษณา เช่น จน เครียด กินเหล้า, โฆษณาชุดพอเพียง) มาบรรยายเรื่อง วิธีคิดโฆษณาของเขา ซึ่งเชื่อว่าหลายๆคนในห้อง อาจจะงงว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับรายการเด็ก แต่ พอฟังไปซักพักจะรู้สึกมีวิธีคิดที่เหมือนกัน การแก้ปัญหาที่คล้ายๆกัน ซึ่งจับใจความได้ว่า หัวใจของงานอยู่ที่โจทย์ ถ้าเข้าใจโจทย์ ตอบโจทย์ได้ ตีโจทย์แตก ก็จะทำให้งานออกมาเข้าถึง ผู้รับสาร
เข้าสู่วันสุดท้าย เริ่มวันด้วยการ Workshop กับ ครูแอ๋ว อรชุมา ยุทธวงศ์ (ซึงเป็นครูที่ได้รับความนับถือจากวงการ ทีวีเด็กมาก)เป็นช่วงเดียวที่ทำให้รู้สืกได้ Workshop สนุกมากโดยรวมเหมือนเป็นการสอนการทำงานที่เรียกว่า TeamWork โดยยกตัวอย่างสถานการง่ายๆ (แต่ไม่ง่ายเลยในการทำงานเป็นทีม)ให้ลองทำกัน โดยมี พี่จุ้ย ศุ บุญเลี้ยง มาช่วยด้วย ผมนับถือเขาจริงๆ เข้าใส่ใจกับงานนี้มากมาทุกวันเลย

Photo by Pom
ต่อด้วย คุณวัชระ แวววุฒินันท์ (JSL) มาให้ความรู้เกียวกับการทำสือรายการทีวี พูดสนุกมาก และได้ความรู้มากด้วย เขาบอกว่า เวลาคนดูทีวีเหมือน ทีวีคือบุลคลที่ 1 และ 2 โดยเรา คือบุลคลที่ 3 ที่เฝ้ามองทีวี แต่รายการที่ดี จะต้องทำอย่างไรก็ได้ที่ทำให้เราคือบุลคลที่ 2 เหมือนทีวีกำลังสื่อสารกับเราโดยตรง

Photo by Pom
แล้วต่อด้วยคนที่ผมประทับใจที่สุดในงาน พี่เก้ง คุณจิระ มะลิกุล ซึ่งส่วนตัวผมชื่นชอบเขาอยู่แล้วจากตัวหนังเรื่อง 15 ค่ำเดือน 11 เป็นเรื่องที่ผมชอบมาก และก็ตามไปดู มหาลัยเหมืองแร่ แต่นอกนั้นผมแทบไม่รู้จักงานของเขาเลย ซึ่งเขามาบรรยายครับนี้เป็นการเล่าเกียวกับประสบการณ์ชีวิต การทำงานทั่วไปเรื่องราวที่พบเจอ แต่ในแต่ละเรื่องราวนั้นมันกินใจผมจริงๆ "เชื่อในสิ่งที่คุณเห็น ศัฐธาในสิ่งที่คุณคิด แล้วก็ทำมันออกมา"

Photo by Pom
และจบด้วย หมอเดว นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ซึ่งเป็นผู้เชียวชาญเกียวกับเด็ก ผมแอบเสียดายที่เขาพูดหลัง พี่เก้ง เพราะทุกคนยังกินใจและมีอารมณ์ค้างอยู่จากที่พี่เก้งพูด อาจจะเกิดอัคติเล็กๆ ว่า ต้องมาฟังนักวิชาการพูดต่อ อาจจะน่าเบือไปเลย แต่ไม่เลย เพราะพอฟังไปสักพักรู้สึกว่าเขาไม่ใช่นักวิชาการธรรมดาที่หมกหมุ่นอยู่แต่กับตัวหนังสือและข้อมูล แต่เป็นนักวิชาการที่เข้าใจโลกและสังคม จริงๆ ได้ความรู้มากและไม่ได้น่าเบื่อเลย
และก็จบงานด้วยดี รู้สึกว่างานครั้งนี้เป็นงานที่ดีมากๆ จากน้ำแก้วเปล่าๆ ของผมวันนี้มันถูกเติมเต็มขึ้นมา แต่มันคงมีแก้วใบที่สองใบที่สามที่ยังว่างอยู่เพื่อรอที่จะเติมเต็มอีกแน่นอน ขอบคุณ สสสและผู้จัดผู้เกียวข้องทุกๆคนจริงๆครับ ที่จัดงานดีๆ แบบนี้
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
สุดท้าย ขอระบายเกียวกับช่วงนี้ของผม ช่วงที่ผ่านมา หายไปนานพอควร จากการที่ไปรับงานมาโดยตอนแรกนึกว่าเป็นงานเล็กๆ "พอดีพี่มีงาน 3D ให้น้องช่วยหน่อย" ผมก็รับงานมากโดยปกติ แต่พอเข้าไปคุยจริงๆ มันไม่เล็กอย่างที่คิด มันการเป็นงาน Festival แห่งนึ่งริมชายหาดที่ตัวงานยาวประมาณครึ่งกิโล ตอนแรกก็ตามน้ำนึกว่าอ๋อ มีแบบมาให้แล้วให้ขึ้น 3d Render สวยๆ ไปขายลูกค้า ไปๆมาๆ ผมถูกให้ทำ 3D ที่เกียวกับ แปลนแบบ ของงานซึ่งต้องมานึ่งคิดว่าอะไรยาวเท่าไหร่ ระยะทางเท่าไหร่ มันไม่ใช่งานที่ถนัดอย่างรุนแรงไม่แน่ใจว่าผู้ว่าจ้างเข้าใจอะไรผิดหรือเปล่าว่าคนทำ 3D เป็นคือคนที่เรียน สถาปัตหรือจบอินทิเรียมา และงานหนักมากกกกกถึงมากกกกที่สุด นั่งคิดอยู่ตลอด งงว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ แต่ก็ได้ประสบการ์ณและความรู้เยอะมากเช่นกัน แต่ประสบการ์ณอันนึงที่ผมได้แน่นอนคือ
งานบางอย่างในชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องรู้หรือมีประสบการ์ณก็ได้!!!
อีกเรื่องครับระหว่างที่ทำงานที่กล่าวมาอยู่ๆ Notebook ผมก็เจ้งแล้วดับไป(คอมถึงขั้นประท้วงปิดตัวเอง) ก็เลยเอาไปซ้อมครับ ดีใจมากเลยครับ ซ่อม 3 วันเสร็จ เขาเปลียน MainBoard กับจอให้ใหม่เลยครับ(เปลียนทั้งฝาพับ) เพราะยังอยู่ในประกัน เหมือนได้เครื่องใหม่เลย
แต่พอเล่นไปสักพักรู้สึกว่า จอเหลือง(เหมือนจอที่เปิดใช้มานานมาก) แต่ภาพทุกอย่างยังชัดอยู่ ในใจก็คิด เออ ก็ยังดีเพราะถ้าไม่อยู่ในประกันนิอาจเสียตังถึงเกือบสองหมื่นได้

#1 By ♕ Sinsters? on 2009-02-13 17:21